Author:
• Sunday, November 01st, 2015

ทุกวันนี้มีผู้ใช้รถเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี หลายคนสนใจแค่ขับเท่านั้น ไม่ได้สนใจว่ารถมีอาการผิดปกติอะไรบ้าง ทั้งที่ควรได้รับการตรวจเช็คอยู่บ่อยๆ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ก่อนที่จะสายเกินไป สำหรับอาการที่เมื่อพบแล้วต้องรีบเข้าอู่ซ่อมทันที มีดังนี้

1.สัญญาณเตือน สามารถรับสัญญาณบอกอาการผิดปกติของรถได้ ถ้าสังเกตพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบทำการตรวจเช็คและซ่อมแซมโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ มากขึ้นกว่าเดิม

2.เครื่องยนต์ ความร้อนก็ขึ้นสูง หรือเครื่องเย็นเกินไป แม้จะขับมาระยะทางไกลพอสมควรแล้ว เข็มวัดอุณหภูมิยังไม่กระดิก

3.ยางรถยนต์  ถ้าดอกยางขอบล้อสึกหรอมากกว่าตรงกลาง แสดงว่าเติมลมอ่อนเกินไป แต่ถ้าดอกยางตรงกลางล้อสึกหรอมากกว่าขอบยางแสดงว่าเติมลมแข็งเกินไป

4.เกียร์และคลัตช์  ซึ่งเกียร์ที่มีปัญหานั้นจะมีสัญญาณเตือน รวมถึงอาการติดๆขัดๆ และมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมาจากห้องเครื่อง หากคลัตช์มีปัญหาจะทำให้ควบคุมเกียร์ไม่ได้

5.พวงมาลัย พวงมาลัยหนัก หรือต้องใช้แรงมากผิดปกติในการบังคับเลี้ยว พวงมาลัยหลวมเกินไป โดยมีระยะฟรีเกิน 1 นิ้ว พวงมาลัยสั่นในขณะขับ ควรนำเข้าศูนย์บริการเฉพาะยี่ห้อ

6.เบรก  ถ้าพบว่าเบรกมีอาการผิดปกติ ต้องรีบแก้ไขทันที เพราะเบรกชำรุด นำมาซึ่งอุบัติภัยได้ง่ายที่สุด เช่น เบรกลื่น หยุดรถไม่อยู่ แม้จะไม่ได้ลุยน้ำ หรือเบรกแล้วรถปัดไปข้างใดข้างหนึ่ง ควรนำรถเข้าอู่ซ่อมเบรกทันที

7.ไฟชาร์จ ควรจะปรากฏขึ้นที่แผงหน้าปัดทุกครั้งที่เราสตาร์ทเครื่อง และเมื่อสตาร์ทติดแล้ว ครู่หนึ่งก็จะดับลง แต่ถ้าไฟชาร์จไม่สว่าง หรือสว่างแล้วไม่ยอมดับ อาจเกิดจากไดชาร์จผิดปกติหรือสาเหตุอื่น ๆ ก็ได้ ที่แน่ ๆ คือไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ รีบนำรถเข้าอู่ไดชาร์จหรือระบบไฟ

8.หลอดไฟ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมกระแสไฟให้เหมาะสมชำรุด  ควรนำรถเข้าอู่ระบบไฟ เพื่อซ่อมเรกูเลเตอร์ หรือหากชำรุดก็อาจจะต้องเปลี่ยนใหม่

9.น้ำมันหล่อลื่น  ถ้าสัญญาณไฟเตือนระบบน้ำมันหล่อลื่นสว่างขึ้นในขณะขับขี่รถยนต์ หมายถึงว่าเครื่องยนต์กำลังทำงานโดยปราศจากน้ำมันหล่อลื่น รีบนำรถไปยังอู่ที่ใกล้ที่สุดทันทีเพื่อเติมน้ำมันหล่อลื่น หรือหากอู่ไม่ได้อยู่ใกล้ให้เติมน้ำมันเครื่องในถัง

Author:
• Monday, September 21st, 2015

การหาอู่ซ่อมสำหรับซ่อมรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์มือสอง กว่าจะเจออู่ที่มีจรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนใหญ่เจอลูกค้าหน้าแปลกๆ เข้าไป พร้อมจะฟันทันที หรือแม้แต่ลูกค้าเก่าก็ตาม ก็ฟันนิ่มๆ ไปเรื่อย โชคดีที่ทุกวันนี้ ในอินเตอร์เน็ตมีข้อมูลให้เราค้นหาได้ทุกเรื่อง การใช้รถยนต์มือสองหลายๆ รุ่นจะมีชมรม ซึ่งก็จะมีคำแนะนำในการซ่อม การเลือกอู่ แนะนำอู่ที่ไว้ใจได้ ซ่อมแล้วจบ ไม่เลี้ยงไข้ ไม่เอาเปรียบ ซึ่งหายาก

สิ่งที่ควรทำก่อนจะเลือกอู่ซ่อมรถยนต์
การใช้งานรถยนต์มือสอง ในที่นี้ขอเน้นรถเก่านะ ที่เริ่มจะต้องซ่อมแล้ว อายุส่วนใหญ่คือเกิน 15 ปี มีคำแนะนำดังนี้
1. ให้ค้นหาข้อมูลราคาอะไหล่ ค่าใช้จ่ายในการซ่อม ก่อนทุกครั้งที่จะซ่อม หรืออาจจะรวบรวมพิมพ์เป็นเอกสารไว้เลย เวลาสอบถามค่าซ่อม ก็จะรู้ว่า มีการคิดเพิ่มเท่าไหร่
2. สอบถามในกรณีที่เรามีอะไหล่อยู่แล้ว ซื้อไว้แล้ว คิดค่าแรงเท่าไหร่ ดูความเต็มใจที่จะให้บริการ ลองเข้าร้านใหญ่ลูกน้องเยอะๆ กับร้านเล็กๆ ทำกันเอง เปรียบเทียบราคาค่าบริการ
3. การซ่อมให้เน้นชุดใหญ่ เป็นชุดๆ ไป เช่น เครื่องยนต์ ระบบหล่อเย็นหรือระบบระบายความร้อน ช่วงล่าง ซ่อมเป็นส่วนๆ อย่าซ่อมตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ถ้าสามารถซ่อมทั้งหมดได้ในคราวเดียวเลยก็จะยิ่งดี เราจะได้รู้สภาพรถยนต์ว่าสมบูรณ์แค่ไหน
4. หากรถยนต์ยี่ห้อหรือรุ่นนั้นๆ มีชมรม หรือเว็บบอร์ดให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับรถในชมรมก่อน

การเตรียมตัวก่อนนำรถยนต์เข้าไปซ่อม
1. หาข้อมูลเกี่ยวกับการซ่อมส่วนที่รถมีปัญหา มีอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายโดยรวม เพื่อป้องกันช่างมันมั่ว หาเรื่องให้เสียเงินเพิ่ม เคยเจอช่างบางคนมึนมาก เอารถไปสลับยาง รอบที่สอง ช่างหัวมันบอกว่า ยางหมดอายุแล้ว ต้องเปลี่ยนนะ ทั้งที่ดอกยังเต็ม เลยถามไปว่า ยางวิ่งมา 20,000 กิโลเมตร นี่หมดอายุแล้วเหรอ มันเงียบ ทำเป็นตบล้อ แล้วแถต่อ โอ๊ยนี่ ลูกปืนล้อหน้าแตก เอากะมัน เพิ่งออกจากอู่ทำช่วงล่างมา มันมึนจริงๆ เลยบอกรีบๆ สลับยาง มันก็ทำเป็นฮึดฮัดๆ ไม่พอใจ

2. ควรสอบถามราคาอะไหล่ หรือซื้ออะไหล่ไปเองเลย
ลองโทรไปสอบถาม หรือจะสั่งให้ส่งทางรถตู้ รถโดยสารก็ได้ กรณีไม่แน่ใจว่ามีอะไรเสียหรือไม่ ก็สั่งมาก่อน เพราะร้านนี้สุดยอดบริการ ใช้ไม่ได้ ก็คืนเงินให้ ขออย่าแกะซองหรือลองเปลี่ยน ต้องเดิมๆ คืนเงินทุกบาท เจ้าของใจดีมาก รวยแต่ไม่ถือตัวเลย กันเองมาก

Author:
• Thursday, August 27th, 2015

check_carการบำรุงรักษารถยนต์เป็นสิ่งที่สำคัญมากโดยเฉพาะรถที่ผ่านการใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50,000 กิโลเมตร ผู้ใช้รถหลายท่านอาจละเลยไม่นำรถเข้าเช็คที่ศูนย์บริการ เพราะการเช็คระยะที่เกินจาก 50,000 กิโลเมตร ทางผู้ใช้รถจะมีค่าแรงเข้ามาเพิ่มในส่วนของค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้ใช้รถหลายๆท่านไม่อยากที่จะนำรถเข้ามารับบริการจากทางศูนย์บริการ โดยไม่ทันได้คาดคิดว่ารถยังมีการรับประกันอยู่ที่ 100,000 กิโลเมตร หรือ 3 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ทำให้ขาดการบำรุงรักษาจากทางศูนย์บริการไป โดยไม่มีประวัติการเช็คระยะจากทางศูนย์บริการ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการปฎิเสธการรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตได้ และเกิดปัญหาหากเราได้ใช้บริการที่อื่น เนื่องจากรถขาดการดูแลและบำรุงรักษาจากศูนย์บริการที่ได้รับแต่งตั้งจากผู้ผลิต

การบำรุงรักษารถยนต์อยู่เสมอจะทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเชื้อเพลิงหรืออัตราการสิ้นเปลืองนั้นมีประสิทธิภาพการทำงานที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นของระบบเชื้อเพลิงหรือตัวเครื่องยนต์ก็แล้วแต่ การที่จะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยหรือมากนั้นขึ้นอยู่กับส่วนประกอบหลายอย่าง ส่วนประกอบบางอย่างจำเป็นต้องเปลี่ยนทุกๆระยะ หากมีการตรวจพบก็ควรรีบทำการเปลี่ยนหรือมีการทำงานที่ผิดปกติจากชิ้นส่วนนี้ก็ต้องเปลี่ยนเช่นกัน ถ้าสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับการสิ้นเปลืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นอย่างน้อยที่สุดหลังจากที่ได้ตรวจเช็ค 1,000 กิโลเมตรแรกไปแล้ว ควรนำรถเข้าตรวจเช็คทุก 10,000 กิโลเมตร เพราะความสมบูรณ์ของรถยนต์นำมาซึ่งความปลอดภัยในการใช้รถยนต์ หากไม่มีการบำรุงรักษาตามกำหนดอาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุได้

ดังนั้นถ้าผู้ใช้รถต้องการความมั่นใจในการใช้งานและมีการรับประกันจากทางผู้ผลิต สมควรที่จะต้องเข้าตรวจเช็คตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนดมาให้ตามคู่มือการใช้รถ ซึ่งจะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานรถยนต์ได้อย่างยาวนาน โดยถึงแม้ว่ารถที่หมดอายุการรับประกันผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตไปแล้ว หากทางผู้ใช้รถนำรถเข้าศูนย์บริการก็ยังมีการรับประกันงานซ่อมอยู่ โดยหากนำรถเข้าซ่อมที่อื่นที่ไม่ไช่ทางศูนย์อาจจะไม่มีการรับประกันในจุดนี้ให้กับผู้ใช้รถได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวผู้ใช้รถต้องรับอัตราเสี่ยงเอง นอกจากผู้ใช้รถจะได้รับความมั่นใจเกี่ยวกับการรับประกันงานซ่อมแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าช่างที่ทำการตรวจสอบรถจากศูนย์บริการนั้นได้ผ่านการอบรมมาโดยเฉพาะการตรวจเช็คระยะตามมาตราฐานที่ผู้ผลิตกำหนดมาให้

Author:
• Saturday, July 11th, 2015

การเตรียมตัวที่จะนำรถเข้าอู่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หลายๆท่านนั้นยังไม่ทราบว่า ต้องเตรียมตัวอย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งการนำรถเข้าไปซ่อมแซมที่อู่นั้นเป็นเรื่องปกติที่เพื่อนๆที่ใช้รถนั้นต้องเคยเจอกันอยู่แล้ว เดี๋ยวเราไปชมกันเลยครับกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้

เรื่องของการนำรถเข้าอู่ซ่อมรถนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้ใช้รถนั้นต้องเคยเจอกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเข้าไปตรวจเช็ครถเกี่ยวกับตัวรถหรือระบบต่างๆให้พร้อมใช้งาน จนไปถึงการซ่อมบำรุงในส่วนที่เสียหาย ซึ่งก็ยังมีหลายๆท่านนั้นสงสัยว่าก่อนที่จะนำรถเข้าไปซ่มบำรุงที่อู่นั้นต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง หลังจากที่เรามีอู่ที่เข้าไปใช้บริการจำและไว้ใจได้ ซึ่งการเตรียมตัวนั้นสามารถทำได้ง่ายๆดังนี้

-เมื่อมีการนำรถเข้าอู่ควรปรึกษาช่างใหญ่ เท่านั้นไม่ควรเชื่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรถ

-ควรบอกอาการที่รถเสียอย่างละเอียด แม้กระทั้งรายละเอียดในเรื่องของการซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่จากการซ่อมก่อนหน้านี้

-หากมีการต้องจอดรถไว้ซ่อมเป็นเวลาหลายๆวัน ควรนำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถ

-ควรขอเบอร์ติดต่อของทางอู่ไว้เพื่อโทรสอบถามรายละเอียดการซ่อม และควรให้เบอร์ติดต่อของเราไว้ให้กับที่อู่ในกรณีหากมีการเปลี่ยนอะไหล่ทางอู่จะสามารถติดต่อเราได้

-ควรเก็บคู่มือเกี่ยวกับรถยนต์และสเปคเครื่องยนต์ ต่างๆไว้เพื่อให้ช่างตรวจเช็คได้อย่างสะดวก

-ขอบิลรายละเอียดทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนอะไหล่ เพื่อไว้ตรวจเช็ค สิ่งสำคัญคือห้ามทำหาย

-ก่อนนำรถออกจากอู่ควรตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆก่อนนำรถออกจากอู่ ว่ามีการสับเปลี่ยนอะไหล่หรือมีอะไรสูญหายหรือไม่

-ขอดูอะไหล่เก่าทุกครั้งหากมีการเปลี่ยนอะไหล่ใหม่

-ควรขอคำแนะนำในเรื่องของการหาอู่ในการตรวจเช็คและซ่อมบำรุงจากบุคคลที่ไว้ใจได้เท่านั้น

-เมื่อนำรถออกจากอู่แล้วหากเกิดมีสิ่งผิดปกติหลังการซ่อมหรือตรวจเช็คควรนำกลับเข้าอู่ไปตรวจเช็คใหม่โดยเร็ว

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้ที่ทางทีมงานได้นำมาให้เพื่อนๆได้ชมกันวันนี้ กับเรื่องของการเตรียมตัวก่อนที่จะนำรถเข้าอู่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่หลายๆท่านควรทราบเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะนำรถเข้าอู่ เพื่อที่จะได้ป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดตามมาและจะได้ไม่โดนเอาเปรียบจากอู่อีกด้วย

Author:
• Saturday, June 20th, 2015

เป็นหัวใจสำคัญของกิจการ เปิดอู่ซ่อมรถ เพราะกิจการมีสินค้าเป็นการให้บริการเป็นหลัก ความประทับใจของลูกค้าเท่านั้นที่จะทำให้กิจการอยู่รอดและสามารถแข่งขันในธุรกิจนี้ได้

- ควรกำหนดเป้าหมายของกิจการ เปิดอู่ซ่อมรถ ด้านคุณภาพการให้บริการให้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น หน้าตาดี คำพูดดี จิตใจดี คุณภาพการซ่อมที่ดี กล่าวคือ หน้าตาดีคือมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมที่จะให้บริการกับลูกค้าทุกเมื่อ คำพูดดีคือการพูดจาที่ไพเราะกับลูกค้าให้คำแนะนำข้อมูลกับลูกค้าเท่าที่ลูกค้าต้องการ จิตใจดีคือมีหัวใจพร้อมในงานบริการหากไม่มีใจในการให้บริการลูกค้าแล้วทุกอย่างก็จะออกมาไม่ดี คุณภาพการซ่อมที่ดีคือทำงานด้วยงานที่เน้นคุณภาพการซ่อมทั้งเรื่องการซ่อมและสินค้าอะหลั่ยที่ใช้เปลี่ยน

-ประเมินพนักงาน ควรมีระบบตรวจวัดผลของพนักงานทุกคนทุกฝ่ายว่าได้ทำงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่ ควรวัดออกมาเป็นตัวเลขการให้คะแนนเพื่อให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ว่าพนักงานคนใดปฏิบัติหน้าที่ได้ดีมากน้อยแค่ไหน

- ตอบแทนรางวัลพนักงาน เมื่อมีการทำงานสร้างองค์กรให้เติบโตและแข่งแกร่งอย่างเต็มที ก็ต้องมีรางวัลตอบแทนให้กับพนักงานที่ทำดีเพื่อเป็นกำลังใจและเป็นแรงขับที่จะทำงานต่อไป เช่น ค่าโบนัสรายปี(จำนวนเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่ผลประกอบการ),ค่าโอที,ค่าเบี้ยขยัน,รางวัลพิเศษของพนักงานดีเด่น การเลื่อนตำแหน่งงาน,สวัสดิการที่จะได้รับเพิ่มขึ้นถ้าปฏิบัตหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

- บทลงโทษ หากมีการทำผิดระเบียบหรือกฎที่ได้ตั้งไว้ ก็ต้องมีบทลงโทษจากน้อยไปหามากเพื่อควบคุมทิศทางขององค์กรให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน